เคยสงสัยไหมว่าบริษัทของคุณกำลังลงทุนกับ Software โดยเฉพาะ Adobe เป็นจำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้ใช้ศักยภาพของมันอย่างเต็มที่ มาร่วมค้นพบวิธีที่จะทำให้ Adobe ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แท้จริงกันเถอะ
เลือก TeamViewer License แบบไหนดี? คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับธุรกิจคุณ

ทำความเข้าใจ TeamViewer License: มีแบบไหนบ้าง?
TeamViewer เป็นเครื่องมือ Remote Access ยอดนิยมที่มี License ให้เลือกหลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การใช้งานส่วนตัวไปจนถึงระดับองค์กรขนาดใหญ่ หลายคนอาจจะสงสัยว่าLicenseไหน ที่เหมาะสมกับบริษัทของเรา ไม่ต้องห่วง Commence Now จะพาคุณไปทำความเข้าใจกับแต่ละ License เพื่อจะช่วยให้คุณเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดและคุ้มค่าที่สุดได้
ประเภทของ TeamViewer License

TeamViewer แบ่งประเภท License ออกเป็น 4 ประเภท โดยแต่ละประเภทจะมีฟีเจอร์และข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป
1. Remote Access
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ทั่วไปหรือผู้ที่ต้องการดูแลอุปกรณ์ส่วนตัวแบบง่ายๆ License นี้ออกแบบมาเพื่อการใช้งานส่วนบุคคลโดยเฉพาะ เช่น การเข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่บ้านจากที่ทำงาน หรือช่วยเพื่อนและครอบครัวแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์แบบไม่ซับซ้อน
- จำนวนอุปกรณ์: สูงสุด 3 Managed Devices (สามารถเพิ่มเป็น 6 Devices ได้)
- ราคาโดยประมาณ: 24.90 ดอลลาร์ต่อเดือน (เรียกเก็บเป็นรายปี)
2. Business
- เหมาะสำหรับ: ฟรีแลนซ์, ธุรกิจขนาดเล็ก หรือผู้ดูแลระบบ IT ที่ทำงานคนเดียว
- นี่คือแพ็กเกจเริ่มต้นสำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือที่เชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนลูกค้าหรือจัดการระบบภายในองค์กร จุดเด่น คือมีฟีเจอร์ระดับมืออาชีพอย่างการบันทึกหน้าจอ (Session Recording) หรือการทำคิวบริการ (Service Queue) เพื่อช่วยจัดการงานได้อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัด ที่สำคัญคือรองรับเพียง 1 การเชื่อมต่อพร้อมกัน (1 Concurrent Connection) ทำให้ไม่เหมาะกับทีมที่มีผู้ใช้งานหลายคนและต้องการทำงานพร้อมกัน
- จำนวนอุปกรณ์: สูงสุด 200 Managed Devices
- การใช้งานพร้อมกัน: 1 Concurrent Connection (ไม่สามารถใช้งานพร้อมกันหลายคนได้)
- ราคาโดยประมาณ: 50.90 ดอลลาร์ต่อเดือน (เรียกเก็บเป็นรายปี)
3. Premium
- เหมาะสำหรับ: ทีมขนาดเล็กที่ต้องการทำงานร่วมกันและใช้ TeamViewer พร้อมกันได้หลายคน
- หากธุรกิจของคุณมีทีมที่ต้องรีโมทเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมๆกัน Premium คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า Business มากกว่าเพราะ จุดเด่นคือความยืดหยุ่นในการทำงานเป็นทีม เพราะรองรับ Multiple Simultaneous Sessions ทำให้ทุกคนในทีมสามารถทำงานได้พร้อมกันโดยไม่ต้องรอคิว นอกจากนี้ยังครอบคลุมฟีเจอร์ทั้งหมดของ Business License ทำให้ได้ทั้งความสามารถในการทำงานร่วมกันและฟังก์ชันที่ครบครัน
- จำนวนอุปกรณ์: สูงสุด 15 Managed Devices
- การใช้งานพร้อมกัน: รองรับ Multiple Simultaneous Sessions
- ราคาโดยประมาณ: 102.90 ดอลลาร์ต่อเดือน (เรียกเก็บเป็นรายปี)
4. Corporate
- เหมาะสำหรับ: องค์กรขนาดใหญ่ที่มีความต้องการซับซ้อนและต้องการการจัดการแบบรวมศูนย์
- นี่คือ License ที่ทรงพลังที่สุดของ TeamViewer ออกแบบมาเพื่อองค์กรขนาดใหญ่ที่มีแผนก IT หลายส่วนและมีอุปกรณ์จำนวนมากที่ต้องจัดการ จุดเด่น คือความสามารถในการจัดการแบบรวมศูนย์ (Centralized Control) ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการสิทธิ์การเข้าถึงและความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังรองรับการผสานรวมกับระบบอื่น ๆ (Third-Party Integrations) รวมถึงการติดตั้งโปรแกรมแบบกลุ่ม (Mass Deployment) ทำให้การจัดการอุปกรณ์จำนวนมากเป็นเรื่องง่าย
- จำนวนอุปกรณ์: สูงสุด 30 Managed Devices
- การใช้งานพร้อมกัน: รองรับพร้อม Mass Deployment
- ราคาโดยประมาณ: 206.90 ดอลลาร์ต่อเดือน (เรียกเก็บเป็นรายปี)
นี้คือตารางเปรียบเทียบราคากับฟังค์ชัน
| แพลน | ราคา (ต่อเดือน) | จำนวนอุปกรณ์ที่จัดการได้ | การใช้งานพร้อมกัน | เหมาะสำหรับ |
| Remote Access | ~$24.90 | สูงสุด 3 อุปกรณ์ | 1 การเชื่อมต่อ | บุคคลทั่วไป |
| Business | ~$50.90 | สูงสุด 200 อุปกรณ์ | 1 Concurrent Connection | ฟรีแลนซ์, ธุรกิจขนาดเล็ก |
| Premium | ~$102.90 | สูงสุด 15 อุปกรณ์ | หลาย Session | ทีมขนาดเล็ก |
| Corporate | ~$206.90 | สูงสุด 30 อุปกรณ์ | หลาย Session | องค์กรขนาดใหญ่ |
จะเลือก License แบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ?
การตัดสินใจที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- จำนวนผู้ใช้งานและอุปกรณ์: พิจารณาว่าคุณมีพนักงานกี่คนที่ต้องใช้ TeamViewer และต้องจัดการอุปกรณ์กี่เครื่อง หากมีเพียง 1-2 คนและอุปกรณ์ไม่มาก แพลน Business ก็เพียงพอ แต่หากเป็นทีมขนาดใหญ่ Premium หรือ Corporate จะตอบโจทย์กว่า
- ความต้องการใช้งานพร้อมกัน: หากทีมของคุณต้องมีการเชื่อมต่อพร้อมกันหลาย Session แพลน Business จะไม่ตอบโจทย์เพราะรองรับเพียง 1 Concurrent Connection เท่านั้น คุณควรพิจารณา Premium ขึ้นไป
- ฟีเจอร์ที่จำเป็น: หากคุณต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การทำ Custom Branding, การผสานรวมกับระบบอื่นๆ หรือการควบคุมแบบรวมศูนย์ ฟีเจอร์เหล่านี้จะมาพร้อมกับ License ระดับสูงขึ้น
- งบประมาณ: กำหนดงบประมาณที่เหมาะสมกับการลงทุนเพื่อจำกัดตัวเลือกให้แคบลง
ข้อควรระวัง: การใช้งาน TeamViewer แบบฟรีสำหรับส่วนตัว ไม่สามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ หาก TeamViewer ตรวจพบการใช้งานเชิงพาณิชย์ คุณอาจถูกจำกัดหรือระงับบัญชีได้ การลงทุนใน Commercial License จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความถูกต้องและการใช้งานที่ไม่สะดุด
สรุป
การเลือก TeamViewer License ที่เหมาะสมถือเป็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Freelancer, ธุรกิจขนาดเล็ก หรือองค์กรขนาดใหญ่ การทำความเข้าใจในแต่ละ License Option ทั้ง Remote Access, Business, Premium และ Corporate จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับคุณสมบัติที่ตรงกับความต้องการใช้งานมากที่สุด
อย่าลืมพิจารณาถึงจำนวนผู้ใช้งาน, จำนวนอุปกรณ์ที่ต้องการจัดการ, ความต้องการในการใช้งานพร้อมกัน และงบประมาณเพื่อให้การลงทุนของคุณคุ้มค่าและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับธุรกิจ
“อย่าปล่อยให้การทำงานต้องล่าช้า เลือก TeamViewer License ที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณวันนี้ แล้วยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
หากคุณสนใจผลิตภัณฑ์ TeamViewer หรือบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของเรา สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://commencenow.co.th/contact หรือทางอีเมลที่ [email protected] ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาและช่วยคุณเลือกโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด
